nuffnang Ads

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผัก แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555

10 สุดยอดผัก-ผลไม้ เพื่อความงาม

เป็นเรื่องธรรมชาติที่ สาวๆทุกคน รวมไปถึงหนุ่มๆหลายๆคน จะต้องการรักษาความหล่อความสวยให้อยู่กับตัวเองไปนานๆ หรือหาวิธีที่ช่วยทำให้ตัวเองดูดีและมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น Admin เลยมีความรู้ดีดี เกี่ยวกับผักผลไม้ เพื่อความงาม มาฝากกันกันค่ะ ^__^”

ที่ จริงแล้ว ผัก-ผลไม้แทบทุกชนิดล้วนดีต่อสุขภาพและความงามทั้งนั้น เพราะนอกจากวิตามิน แร่ธาตุที่มีอยู่คละเคล้ากัน ก็ยังมีกากใยที่ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย แต่มันอาจดูยุ่งยากสำหรับใครหลายคนที่ต้องการจะรับประทานเพื่อมุ่งเน้น เรื่องความงาม เนื่องจากผลไม้ในโลกมีมากมายหลายชนิด จะซื้อจะดื่มให้ครบทุกอย่างคงจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น การเลือกสิ่งที่ดีในจำนวนพอเหมาะ ก็เลยเป็นเรื่องที่สามารถทำได้
10 ผัก-ผลไม้ที่เป็นสุดยอดในด้านการให้ประโยชน์ด้านความงามในที่นี้มีทั้งสาร อาหารหลากหลายที่เกี่ยวข้องกับความงาม และเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของส่วนต่างๆ รสชาติดี สีสันชวนลิ้มลอง ก็ได้แก่
  1. บลูเบอร์รี่ อุดม ไปด้วยสารแอนโทไซยานิน สารต้านอนุมูลอิสระที่มีอนุภาพในการต้านความเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง ช่วยในการทำงานของหลอดเลือดให้สมบรูณ์และช่วยให้การทำงานของวิตามินซี ในการเสริมเสร้างคอลลาเจนสมบรูณ์ และกรดผลไม้ในบลูเบอร์รี่ยังกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังชั้นนอกหลุดลอกเร็วขึ้น ด้วย
ไม่เฉพาะต่อผิวหนังเท่านั้น บลูเบอร์รี่ยังช่วยพัฒนาการทำงานของสมอง และมีประโยชน์ต่อดวงตา เพราะใบบลูเบอร์รี่อุดมไปด้วยเยต้าแคโรทีน ใยอาหาร       ในผลก็ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
2. แบล็คเคอร์เรนท์ เป็น แหล่งอาหารที่มีวิตามินซีสูง โดยในแบล็คเคอร์เรนท์ 100 กรัม จะมีวิตามินซีสูงถึง 200 มิลิกรัม หรือมากกว่าส้ม ถึง 4 เท่าโดยเป็นที่รู้จักกันดีว่าวิตามินซีช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซ่อม สร้างเนื้อเยื่อ ซ่อมแซมเซลล์ และมีสาร ฟลาโวนอยด์ ซึ่งช่วยปรับสภาพของเส้นเลือดและผิวพรรณ รวมทั้งมีโพแทสเซียม ที่ช่วยรักษาน้ำในร่างกาย และลดความดันโลหิต
3.  ทับทิม นอก จากวิตามินบ๊ 1 วิตามินบี 3 และวิตามินซีแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังมาก นั่นคือ มีกรด แอลลาจิกในปริมาณสูง ซึ่งกรดแอลลาจิกนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า สามารถกำจัดสารก่อมะเร็งและป้องกันโรคหัวใจในระยะเริ่มต้นได้ นอกจากนี้สารต้านอนุมูลอิสระในทับทิมยังทำหน้าที่ปกป้องผิวจากการทำลาย ของอนุมูลอิสระโดยตรง อีกทั้งยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด
4. องุ่น ใน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับความงามแล้ว องุ่นเป็นผลไม้ที่ช่วยชะลอความแก่   เนื่องจากมีซีลีเนียมที่ทำหน้าที่ในการปกป้องผิวพรรณจากรอยเหี่ยวย่น อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังในปริมาณมาก
ในผลองุ่น มีน้ำและใยอาหารสูง จึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการล้างพิษออกจากทางเดินอาหารและตับในองุ่น มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ ดังนั้นการรับประทานเป็นประจำก็จะทำให้ร่างกายแข็งแรง สมองความจำดี อวัยวะภายใน ไม่ว่าจะเป็นตับหรือหัวใจแข็งแรง ซึ่งส่งผลให้ความชรามาเยือนช้าลง
5.  บีทรูท แม้ ไม่ได้วิตามินเอ หรือซี แต่บีทรูทมีคุณสมบัติในการบำรุงความงานอย่างที่มองข้ามไม่ได้ นั่นคือ มีซิลิกอนซึ่งช่วยทำให้เนื้อเยื่อเกาะตัวกันได้ดี คอลลาเจนแข็งแรงขึ้น ดังนั้นจึงช่วยชลอการเกิดรอยตีนกา และผิวหนังเหี่ยวย่น อีกทั้งยังช่วยพยุงและเสริมความแข็งแรงให้กับเส้นผมและเล็บที่กำลังงอก
นอกจากนี้ บีทรูทยังทำหน้าที่ในการฟอกโลหิตเสริมสร้างความแข็งแรงของตับและไต ซึ่งทำให้ร่างกายแข็งแรง และผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส
6. ฝรั่ง เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก และให้พลังงานต่ำโดยปริมาณของวิตามินซีในฝรั่ง จะสูงกว่าส้มราว 5 เท่า ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่า วิตามินซีนั้นเป็นวิตามินเพื่อความงามโดยแท้ เพราะจะช่วยให้ร่างกายผลิตและบำรุงรักษาคอลลาเจนให้สมบรูณ์ โดยคอลลาเจนนี้จะมีหน้าที่หลักในการยึดเซลล์ผิวหนัง เหงือก และเส้นเอ็นให้แข็งแรง
นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยเซลล์เม็ดเลือด ขาวในการต่อสู้กับเชื้อโรค ทำให้แผลหายเร็วขึ้น พร้อมๆกับทำหน้าที่ในการต้านอนุมูลอิสระที่กระตุ้นให้ชรา
7.  มะม่วงสุก นอก จากปริมาณของเบต้าแคโรทีนที่สูง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส และสายตาแข็งแรงแล้ว มะม่วงสุกยังมีวิตามินซีที่ช่วยในการสร้างคอลลาเจนและต้านอนุมูลอิสระด้วย ทว่าประโยชน์ของมะม่วงที่แตกต่างจากผลไม้อื่นๆ นั้นคือ มะม่วงมีวิตามินอี ที่พบได้น้อยในผลไม้ ซึ่งวิตามินอีเมื่อทำงานร่วมกับวิตามินซีแล้วจะต้านอนุมูลอิสระได้ดียิ่ง ขึ้น และยังมีความจำเป็นอย่างมากในการช่วยให้ผนังเซลล์อยู่ในสภาะปกติ ช่วยบำรุงสุขภาพผิวหนัง ประสาท กล้ามเนื้อ เม็ดเลือดแดง และการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย อีกทั้งช่วยให้ปอดทำงานได้ดี หัวใจแข็งแรง และภูมิต้านทานดีด้วยขณะที่มะม่วงมีใยอาหารปริมาณมาก ที่ทำให้ขับถ่ายสมบรูณ์
8. ส้ม & เกรปฟรุต  ที่ จับมารวมกัน เพราะผลไม้อสองชนิดนี้ มีคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือเป็นแหล่งวิตามินซีที่ช่วยรักษาความอ่อนเยาว์ มีโพแทสเซียมที่ช่วยรักษาสมดุลกับโซเดียมในร่างกาย ซึ่งหากปริมาณโซเดียมสูง ร่างกายจะเกิดอาการบวมน้ำ นอกจากนี้ยังมีกรดโฟลิกและใยอาหารคล้ายๆกัน ทว่าสิ่งที่แตกต่างกันคือ ในส้มมีวิตามินบี และแคทินนอยด์อยู่ ส่วนในเกรปฟลุตนั่นมีเบต้าแคโรทีน ฟลาโวนอยด์ และ ไลโคพีน แต่ทั้งหมดล้วนเป็นสารต้านอนุมูนอิสระที่มีประสิทธิภาพ นั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะเลือกรับประทานส้ม หรือ เกรปฟลุต เราก็จะได้รับสารอาหารที่เกี่ยข้องวกับความงามอย่างครบถ้วน
9.  แครอต เป็น ผักที่มีเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อสุขภาพดวงตาและมีประโยชน์ต่อผิวพรรณ ระบบภูมิคุ้มกันและรระบบการย่อยอาหาร แครอต เต็มไปด้วยใยอาหารและน้ำ ช่วยฟอกตับ ล้างพิษเป็นแหล่งรวมวิตามินบี ซี อี และซิลิกอน ซึ่งช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึงลดรอยเหี่ยวย่น แข็งแรง และดูอ่อนกว่าวัย
10. อะโวคาโด อุดม ไปด้วยวิตามินเอ บี ซี อี และกรดไขมันที่จำเป็น ซึ่งล้วนแต่เป็นวิตามินที่บำรุงความงาม และช่วยต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้น การรับประทานอะโวคาโดจึงช่วยให้ผิวพรรณอ่อนนุ่มมีความยืดหยุ่น แข็งแรง และไม่เหี่ยวย่น อีกทั้งทำให้เส้นผมเป็นมันเงางาม
กรดไขมันจำ เป็นในอะโวคาโดนั้นมีทั้งโอเมก้า 3 โอเมก้า 9 ซึ่งช่วยลดการอักเสบในร่างกาย และบำรุงผิวพรรณ อีกทั้งยังมีลูทีนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันโรค ตา และโรคหัวใจได้

ผักผลไม้ทุกชนิดล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ ดังนั้นทุกมื้ออาหารก็อย่าลืมรับประทานผัก แล้วก็ตบท้ายด้วยผลไม้แสนอร่อย ด้วยน๊ะค๊ะ ^__^”

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ผักผลไม้ 7 ชนิด สำหรับคุณผู้หญิง

เพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดีของคุณสาวๆขอแนะนำผักผลไม้ 7 ชนิด สำหรับคุณผู้หญิงที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า มีสารที่เป็นประโยชน์แก่หญิงทุกวัยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งงดงาม และยังช่วยชะลอความชราได้อีกด้วย ดังนี้

ลูกพรุน (Prunes)


ลูก พรุน เป็นแหล่งที่ดีของโปแตสเซียม เหล็กและไฟเบอร์ที่สำคัญพรุนช่วยทำให้ผิวพรรณมีเลือดฝาด ผู้หญิงเราเมื่อผ่านช่วงสดใสของชีวิต คือวัยยี่สิบห้า ร่างกายก็จะเริ่มเสื่อมโทรมไขมันเริ่มเข้าสะสมตามที่ต่างๆ มากมาย ใบหน้าที่เคยอวบอิ่มด้วยเลือดฝาดก็เริ่มหมองคล้ำผิวพรรณจะเป็นสีชมพู- ระเรื่อหรือซีดโทรม เกิดได้หลายสาเหตุเช่นผิวมีความหนามากขึ้นตามวัย จนมองไม่เห็น เลือดฝาด หรือเลือดไม่มีให้ฝาดคือเป็นโรคโลหิตจางนั่นเอง พรุนเป็นแหล่งธาตุเหล็กที่ดีพรุนแห้งหนึ่งขีดมีธาตุเหล็ก 2.78มิลลิกรัม และมีวิตามิน ซีซึ่งช่วยในการดูดซึมธาตุต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นหากคุณผู้หญิงอยากมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ริมฝีปากแดงสดเหมือนสตรอ เบอรี่ แก้มแดงใสเหมือนลูกเชอรี่ โดยไม่ต้องใช้เครื่องสำอางดูเป็นคนที่มีสุขภาพดีสมบูรณ์ด้วยเลือดฝาด ลองรับประทานลูกพรุนสดๆหรือลูกพลัมดูสิค่ะไม่เลวเลยทีเดียว
ถั่ว

ผู้หญิงทุกคนอยากมีหุ่นสวยเพรียว ไม่มีไขมันส่วนเกินสะสมถั่ว ช่วยคุณได้ค่ะ ถั่วเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน เหล็ก วิตามินบี นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังค้นพบว่าเมื่อคุณรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ ชนิดที่ละลายน้ำได้(ซึ่งถั่วมีอยู่แล้วมากมาย) ไฟเบอร์จะเคลือบผิวกระเพาะ ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและอิ่ม-นานความอยากอาหารจะลดลงซึ่งแน่นอนว่ามีประโยชน์ กับคุณสุภาพสตรี ที่ต้องการลดความอ้วนเป็นอย่างมาก
บรอคโคลี่

เป็น พืชอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะอย่างยิ่ง สำหรับคุณสุภาพสตรีทั้งหลายเพราะบรอคโคลี่เป็นแหล่งซีลีเนียมตามธรรมชาติ ซึ่งเจ้าตัวซีลีเนียมนี้แหละค่ะที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ (ซีลีเนียม จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนังจึงทำให้ผิวดูอ่อนวัยนุ่มนิ่ม มีน้ำมีนวลเหมือนหนุ่มสาว )แถมยังช่วยลบริ้วรอยเหี่ยวย่นอีกด้วย
แอปเปิ้ล

มีสารสำคัญ คือ เบต้าแคโรทีน วิตามินซีและเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำที่ชื่อเพคตินแต่ที่น่าสนใจสำคัญคุณผู้หญิงทั้งหลายคือเจ้าตัวเพคตินนี้ มีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหารลดน้ำหนัก และลดโคเลสเตอรอลหากคุณหิวจนตาลาย แต่ยังไม่ถึงเวลาอาหารแอปเปิ้ลสักลูก จะช่วยลดความหิวได้เพราะแอปเปิ้ลมีแป้งและน้ำตาล ในรูปของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวถึง 75 % ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึม น้ำตาลพิเศษชนิดนี้ได้รวดเร็วและนำไปใช้ประโยชน์ได้ ในเวลาไม่เกิน 10 นาที ดังนั้นความอยากอาหารจึงลดลงทำให้คุณไม่รู้สึกหงุดหงิด หรือ อ่อนเพลีย แอปเปิ้ล 2-3ผล ต่อวัน ช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้ เพราะแอปเปิ้ลมีเพคตินซึ่งเป็นไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ผลจากการวิจัยชี้ว่า เมื่อกรดในทางเดินอาหารย่อยสลายไขมันและแยกโคเลสเตอรอลออกมาเสร็จสิ้นแล้ว เพคตินจากแอปเปิ้ลจะไปคอยดักจับโคเลสเตอรอลเหล่านั้น และพาไปทิ้งก่อนที่จะถูกดูดกลับเข้าร่างกาย
กล้วยไข่

กล้วย ทุกชนิดดีต่อสุขภาพ แต่กล้วยไข่ดีเป็นพิเศษ ในเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระที่เรารู้จักกันดีคือ เบต้าแคโรทีนโดยธรรมชาติ เมื่อเราอายุพ้นยี่สิบสองไปแล้ว ความเจริญเติบโตของร่างกายจะเริ่มหยุดชะงัก ความเสื่อมในส่วนต่างๆ ของร่างกายก็จะเริ่มมาเยือนอย่างช้าๆ ขณะนั้นเองมีสองสิ่งที่สำคัญเกิดขี้นในร่างกายของเราซึ่งก็คือ สิ่งแรก เซลล์ในร่างกายทุกเซลล์จะผลิตอนุมูลอิสระมากขึ้น สิ่งที่สองความสามารถในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายจะลดลงเรื่อยๆ พร้อมกันนั้นความสามารถในการจำกัดอนุมูลอิสระ ( Detoxification )ก็ ลดลงอย่างน่าตกใจเช่นกันดังนั้น กลยุทธ์ที่คุณจะสู้กับความแก่ด้วยตนเอง ก็คือ คุณต้องรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระให้มาก ซึ่งสารนี้เรารู้จักในชื่อที่ เรียกว่าแอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidants) ซึ่งในกล้วยไข่ 1 ขีด มีสารเบต้าแคโรทีนถึง 492 มิลลิกรัม
ฝรั่ง

คุณผู้หญิงทั้งหลายทราบหรือไม่คะว่าฝรั่ง 1 ขีดมีวิตามินซีสูงถึง180มิลลิกรัม วิตามินซี มีบทบาทในการสร้างคอลลาเจน ที่ทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าของคุณเต่งตึงไม่แก่ก่อนวัยวิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งเจ้าตัวสารต้านอนุมูลอิสระนี้เอง ที่ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมสภาพผิวหนังแห้งเหี่ยว เกิดริ้วรอยตีนกาวิตามินซี มีความสำคัญต่อการสร้าง และบำรุงเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน(ConnectiveTissue) เซลล์ นับล้านๆ ตัวเกาะเกี่ยวกันเป็นร่างกายได้ด้วยเนื้อเยื่อที่เรียกว่า คอลลาเจนมันคือคอลลาเจนตัวเดียวกันกับคอลลาเจน ที่ทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าของคุณผู้หญิงทั้งหลายเต่งตึงนั่นเองและเพราะฝรั่ง อุดมไปด้วยวิตามินซีนั่นเอง คุณๆ ทั้งหลายที่อยากคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวให้แก่ผิวสวยไว้นานๆน่าจะลองหันมารับ ประทานฝรั่งเป็นประจำนะคะ
ส้ม

แหล่ง วิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยธรรมชาติ การรับประทานส้มโดยไม่คายกากจะช่วยคุมน้ำหนักได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะจะทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็วเป็นประโยชน์สำหรับ คนที่ต้องการลดน้ำหนักได้อย่างดีทีเดียวค่ะ นอกจากนี้หากรู้สึกหิวก่อนเวลา แทนที่จะนึกถึงเค้กก้อนโต หรือโดนัทชิ้นใหญ่ ให้ลองหยิบส้มสักลูกเข้าปากแทนจะได้ประโยชน์มากกว่าในราคาที่ถูกกว่าด้วยนะ คะ
ผักและผลไม้ทั้ง 7 ชนิด ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นสำหรับคุณๆผู้หญิงทุกท่านที่ต้องการรักษาสุขภาพ นอกจากผักผลไม้ทั้งเจ็ดนี้แล้วผักและผลไม้อื่นๆ ก็มีคุณประโยชน์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันสถาบันโภชนาการแห่งชาติอเมริกา จึงได้แนะนำขนาดในการรับประทานผักผลไม้ในแต่ละวันว่าควรจะรับประทานรวมกัน ให้ได้ วันละครึ่งกิโล หรือ 5 ขีดจะช่วยให้คุณๆทั้งหลาย มีสุขภาพแข็งแรง แจ่มใส ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บมารบกวนค่ะข้อมูลจาก ภก.สรจักร ศิริบริรักษ์