โภชนาหาร ในสภาวะอาหาร (FoodMatrix® Revolution)
“.. ทำงานร่วมกัน ดุจความมุ่งมั่นแห่งธรรมชาติ …”
สปอร์ตทรอน ผู้นำด้านโภชนาการและความอยู่ดีกินดี ได้สร้างโภชนาหารในสภาวะอาหาร
(FoodMatrix Nutrients) ขึ้นมา ซึ่งผลการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์สรุปว่า “ มีความใกล้เคียงกับ
อาหารมากที่สุด ” เราทุกคนทราบดีว่าแนวทางที่เหมาะสมที่สุดคือการได้รับโภชนาหารที่ต้องการ
จากอาหารที่เราบริโภค อย่างไรก็ตาม ในโลกสมัยใหม่แนวทางดังกล่าวปฏิบัติได้ยาก และอาจเป็น
สิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย
ร่างกายของมนุษย์เรา
ถูกสร้างมาเพื่อใช้ประโยชน์จากโภชนาหารในพืช ยิ่งบริโภคอาหารในลำดับต้นของห่วงโซ่
อาหารที่ใกล้กับพืชมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งจะได้ประโยชน์ทางโภชนาการมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อเราบริโภคพืชหรือส่วนต่างๆ ของพืชเป็นอาหาร โภชนาหารซึ่งประกอบด้วยวิตามินและ
เกลือแร่ ก็จะผูกติดไปกับโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน ในรูปธาตุอาหารพื้นฐานเชิงซ้อน
(Complex Food Matrix®) และเนื่องจากโภชนาหารดังกล่าวดำรงอยู่ใน “ สภาวะอาหาร ”
(FoodMatrix®) จึงมีปริมาณการดูดซึมสู่เนื้อเยื่อในร่างกายสูงและทำให้อัตราการใช้ประโยชน์
มีสูงกว่า
โภชนาหารในสภาวะอาหารคืออะไร ?
ศาสตราจารย์ วินสัน แห่งมหาวิทยาลัย สแครนตัน รัฐเพนซิลวาเนีย ระบุว่า “ โภชนาหาร
ในสภาวะอาหาร คือ ความก้าวหน้าที่สำคัญที่สุดทางด้านโภชนาการในยุคปัจจุบัน ” สิ่งนี้มิได้
เป็นเพียงผลิตภัณฑ์วิตามินและเกลือแร่อนินทรีย์อีกยี่ห้อหนึ่ง แท้ที่จริงโภชนาหารในสภาพอาหารจะมีลักษณะเฉพาะ โดยที่วิตามินและเกลือแร่แบบใหม่จะเกาะเกี่ยวกันโดยทางโมเลกุลกับองค์ประกอบพื้นฐานแห่งชีวิตนั่นคือโปรตีน
ผลประโยชน์คืออะไร ?
การศึกษามากมาย แสดงให้เห็นว่า การเกาะเกี่ยวของวิตามินและเกลือแร่กับโปรตีน ดังเช่น
ที่พบอยู่ในอาหารธรรมชาติ เอื้ออำนวยให้โภชนาหารดังกล่าวถูกนำไปใช้ประโยชน์ในร่างกายได้
อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือเหตุผลที่อธิบายว่าเหตุใดโภชนาหารในสภาวะอาหารจึงมีประสิทธิภาพกว่า
อย่างมากมาย จากการศึกษาวิจัยต่างๆมีข้อสรุปว่า การดูดซับสู่ร่างกายมีประสิทธิภาพมากกว่า 5
เท่าตัว การคงอยู่ (retention) และการปรากฏปริมาณสารอาหารในเนื้อเยื่อ มีประสิทธิภาพกว่าถึง
16 เท่า ดังนั้น จึงทำให้เกิดโภชนาหารสำรองที่มีศักยภาพอย่างสูงที่ร่างกายสามารถใช้สอยได้ใน
ยามต้องการ
โภชนาหารในสภาวะอาหาร = ประโยชน์ มหาศาล เพียงบริโภคด้วยปริมาณจำกัด
รับประกันความพึงพอใจ 100%
VIVA VIVA plus plus extraction of concentrated grape juice, red wine worth drinking 1 oz = 15 bottles. Drink every day to clear your skin glow from within. The value of antioxidants than any other fruit drinks on the market are not comparable with any brand. The human body is built to take advantage of the Food Matrix is a complex nutrient molecules of nutrients to the flour, fats, proteins and enzymes. Other substances which are known to the human body.
nuffnang Ads
วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554
ทำไมต้องFoodmatrix
พวกเราทุกคนต่างทราบว่าเรากำลังบริโภคอาหารกันอย่างไม่ถูกต้องเหมาะสมและอาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งอย่างมากมายที่พวกเราบริโภคก็ไม่ได้ให้คุณค่าทางโภชนาการอย่างเพียงพอ นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ร้อยละ 60-70 ของพวกเราต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่ทว่า
“ สิ่งที่คุณไม่ทราบ ” จะเป็นตัวการสร้างความเสียหายแก่พวกเรา... กิจการธุรกิจยารายใหญ่
ได้เก็บงำความเป็นจริงไม่ให้พวกเราทุกคนรับทราบ ที่จริงบริษัทยายักษ์ใหญ่เหล่านี้
ได้เคยดำเนินกระบวนการทางศาลเพื่อทำให้แน่ใจว่าคุณจะไม่ได้สดับรับฟังความจริงที่จะกล่าวต่อไป
ทราบหรือไม่ว่ากว่าร้อยละ 90 ของวิตามินและแร่ธาตุที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนับพันชนิดที่คุณซื้อหา จะมาจากบริษัทยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่ราย พวกเขาได้ทำการแยกวิตามินออกมาแล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่ในห้องปฏิบัติการในปริมาณมหาศาล จากนั้นจึงส่งขายให้กับผู้ผลิตวิตามิน พวกเขายังได้ขุดค้นแร่ธาตุขึ้นมาจากเหมืองทั่วโลก และ “ หินบดละเอียด ” ( crushed rock) เหล่านี้ก็คือ สิ่งเดียวกันกับที่
คุณได้รับประทานในอาหารเช้าประเภทซีเรียล หรือวิตามินประจำวันของคุณ สิ่งที่คุณไม่อาจทราบก็คือ เคมีภัณฑ์และหินเหล่านี้ นอกจากร่างกายจะไม่ยอมรับเป็นโภชนาหารแล้ว ในบางกรณียังก่อให้เกิด พิษภัยอีกด้วย นั่นเท่ากับว่าในความพยายามทำสิ่งที่เป็นคุณแก่ร่างกาย กลับอาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างแท้จริงแก่ตัวเอง โดยสารเคมีและหินปูนที่ล่องลอยอยู่ในกระแสโลหิตของคุณนี่เองคือต้นเหตุแห่งความหายนะดังกล่าว
ในกรณีตรงข้ามกับสภาพดังกล่าวข้างต้น โภชนาหารที่พบในอาหารจะได้รับการยอมรับจากร่างกาย และร่างกายจะใช้มันไปเพื่อการบำรุงเลี้ยงส่วนต่างๆ โภชนาหารเชิงซ้อน (complex nutrients)
“ สิ่งที่คุณไม่ทราบ ” จะเป็นตัวการสร้างความเสียหายแก่พวกเรา... กิจการธุรกิจยารายใหญ่
ได้เก็บงำความเป็นจริงไม่ให้พวกเราทุกคนรับทราบ ที่จริงบริษัทยายักษ์ใหญ่เหล่านี้
ได้เคยดำเนินกระบวนการทางศาลเพื่อทำให้แน่ใจว่าคุณจะไม่ได้สดับรับฟังความจริงที่จะกล่าวต่อไป
ทราบหรือไม่ว่ากว่าร้อยละ 90 ของวิตามินและแร่ธาตุที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนับพันชนิดที่คุณซื้อหา จะมาจากบริษัทยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่ราย พวกเขาได้ทำการแยกวิตามินออกมาแล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่ในห้องปฏิบัติการในปริมาณมหาศาล จากนั้นจึงส่งขายให้กับผู้ผลิตวิตามิน พวกเขายังได้ขุดค้นแร่ธาตุขึ้นมาจากเหมืองทั่วโลก และ “ หินบดละเอียด ” ( crushed rock) เหล่านี้ก็คือ สิ่งเดียวกันกับที่
คุณได้รับประทานในอาหารเช้าประเภทซีเรียล หรือวิตามินประจำวันของคุณ สิ่งที่คุณไม่อาจทราบก็คือ เคมีภัณฑ์และหินเหล่านี้ นอกจากร่างกายจะไม่ยอมรับเป็นโภชนาหารแล้ว ในบางกรณียังก่อให้เกิด พิษภัยอีกด้วย นั่นเท่ากับว่าในความพยายามทำสิ่งที่เป็นคุณแก่ร่างกาย กลับอาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างแท้จริงแก่ตัวเอง โดยสารเคมีและหินปูนที่ล่องลอยอยู่ในกระแสโลหิตของคุณนี่เองคือต้นเหตุแห่งความหายนะดังกล่าว
ในกรณีตรงข้ามกับสภาพดังกล่าวข้างต้น โภชนาหารที่พบในอาหารจะได้รับการยอมรับจากร่างกาย และร่างกายจะใช้มันไปเพื่อการบำรุงเลี้ยงส่วนต่างๆ โภชนาหารเชิงซ้อน (complex nutrients)
เหล่านี้จะอยู่ในรูปของฟู้ดแมทริกซ์™ โดยที่วิตามินและเกลือแร่จะเกาะตัวอยู่กับ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน (lipids) เอนไซม์ และไบโอเฟลวานอยด์ (bioflavanoids)
โภชนาหารในฟู้ดแมทริกซ์™ คือสิ่งที่ร่างกายของคุณถือเป็นอาหาร ซึ่งไม่ใช่สารเคมีที่ถูกแยกออกมาโดด ๆ ในการนี้นักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาวิธีการที่จะทำงานร่วมกับธรรมชาติ เพื่อผลิตโภชนาหาร ฟู้ดแมทริกซ์™ ซึ่งเป็นการผนวกรวมวิตามิน และเกลือแร่ อาหารที่แท้จริงเข้าด้วยกันโดยมีปัจจัยร่วม (cofactors) ที่สำคัญทุกอย่างยึดโยงอยู่กับวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นแก่ร่างกายของคุณ
เพื่อให้เข้าใจว่าโภชนาหารเหล่านี้ทำหน้าที่ได้ดีเพียงใด 
นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยสแครนตัน ได้ทำการทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพของโภชนาหาร
ฟู้ดแมทริกซ์™กับสารเคมีแบบ“แยกส่วน”(isolated chemicals) ที่มีต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมวัยทารก
กระบวนการเริ่มจากการเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดด้วยอาหารพร่องโภชนาการเป็นเวลาสองสัปดาห์จากนั้นจึงเริ่มให้กลุ่มหนึ่งได้รับโภชนาหารแบบ “แยกส่วน ” อีกกลุ่มหนึ่งได้รับโภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์™
เป็นเวลาสี่สัปดาห์เท่ากัน ระหว่างนั้นก็ทำการ
ชั่งน้ำหนักและบันทึกความเปลี่ยนแปลงลงบนกราฟผลปรากฏว่าสัตว์วัยอ่อนเหล่านี้ ซึ่งเซลล์ร่างกายกำลังต้องการโภชนาหาร กลับไม่ได้รับประโยชน์จากโภชนาหารแบบ “ แยกส่วน ” ที่จริงน้ำหนักของมันกลับเริ่มลดลงด้วยซ้ำ ในทางตรงกันข้ามกลุ่มที่ได้รับ ฟู้ดแมทริกซ์™ กลับเติบโตและน้ำหนักของพวกมันได้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในช่วงเวลา 4 สัปดาห์
การศึกษานี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า โภชนาหารแบบแยกส่วนให้ผลน้อยมากหรืออาจไม่ช่วยใน
การเจริญเติบโตของเซลล์ หากตระหนักถึงความจำเป็นว่าเซลล์ต้องการการเติบโตและงอกงาม
เพื่อที่ร่างกายของเราจะมีขีดความสามารถในการบำบัดรักษา เติบโตเข้มแข็งขึ้นและสามารถต่อสู้กับ
การรุกรานของกาลเวลาได้

นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยสแครนตัน ได้ทำการทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพของโภชนาหาร
ฟู้ดแมทริกซ์™กับสารเคมีแบบ“แยกส่วน”(isolated chemicals) ที่มีต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมวัยทารก
กระบวนการเริ่มจากการเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดด้วยอาหารพร่องโภชนาการเป็นเวลาสองสัปดาห์จากนั้นจึงเริ่มให้กลุ่มหนึ่งได้รับโภชนาหารแบบ “แยกส่วน ” อีกกลุ่มหนึ่งได้รับโภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์™
เป็นเวลาสี่สัปดาห์เท่ากัน ระหว่างนั้นก็ทำการ
ชั่งน้ำหนักและบันทึกความเปลี่ยนแปลงลงบนกราฟผลปรากฏว่าสัตว์วัยอ่อนเหล่านี้ ซึ่งเซลล์ร่างกายกำลังต้องการโภชนาหาร กลับไม่ได้รับประโยชน์จากโภชนาหารแบบ “ แยกส่วน ” ที่จริงน้ำหนักของมันกลับเริ่มลดลงด้วยซ้ำ ในทางตรงกันข้ามกลุ่มที่ได้รับ ฟู้ดแมทริกซ์™ กลับเติบโตและน้ำหนักของพวกมันได้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในช่วงเวลา 4 สัปดาห์
การศึกษานี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า โภชนาหารแบบแยกส่วนให้ผลน้อยมากหรืออาจไม่ช่วยใน
การเจริญเติบโตของเซลล์ หากตระหนักถึงความจำเป็นว่าเซลล์ต้องการการเติบโตและงอกงาม
เพื่อที่ร่างกายของเราจะมีขีดความสามารถในการบำบัดรักษา เติบโตเข้มแข็งขึ้นและสามารถต่อสู้กับ
การรุกรานของกาลเวลาได้
คุณคิดว่าโภชนาหารชนิดใดที่คุณกำลังใช้เลี้ยงดูเซลล์ในร่างกายของคุณ ?
วิตามินจำเป็นต้องมีองค์ประกอบร่วม (cofactors) บางประการ จึงจะทำให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ ผู้ช่วย ” เหล่านี้ประกอบด้วยไบโอเฟลวานอยด์ และสารธรรมชาติอื่น ๆ
ซึ่งจะทำงานร่วมกับวิตามินเพื่อสร้างผลลัพธ์อันทรงคุณค่า การปราศจากองค์ประกอบร่วมดังกล่าว
ส่งผลให้ประสิทธิภาพของสารเคมีแบบแยกส่วนที่ถูกผลิตขึ้นในปริมาณมากมีเพียงน้อยนิด
ซึ่งอาจพิจารณาจาก กรณีวิตามิน C เป็นตัวอย่าง
ในการศึกษาเปรียบเทียบที่ดำเนินการที่วิทยาลัย
การแพทย์นิวเจอร์ซี่ พบว่ามีวิตามิน C
แบบฟู้ดแมทริกซ์™ ในกระแสเลือดมากกว่า 5 เท่า หลังผ่านไปสองชั่วโมง และมากกว่าอย่างไม่น่าเชื่อถึง 18 เท่า หลังผ่านไป 12 ชั่วโมง ยิ่งไปกว่านั้นแม้เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว 24 ชั่วโมง วิตามิน C
จากฟู้ดแมทริกซ์™ ก็ยังมีมากกว่าวิตามิน C แบบ
“ แยกส่วน ” ในทุก ๆ ช่วงเวลา
ซึ่งจะทำงานร่วมกับวิตามินเพื่อสร้างผลลัพธ์อันทรงคุณค่า การปราศจากองค์ประกอบร่วมดังกล่าว
ส่งผลให้ประสิทธิภาพของสารเคมีแบบแยกส่วนที่ถูกผลิตขึ้นในปริมาณมากมีเพียงน้อยนิด
ซึ่งอาจพิจารณาจาก กรณีวิตามิน C เป็นตัวอย่าง
ในการศึกษาเปรียบเทียบที่ดำเนินการที่วิทยาลัย
การแพทย์นิวเจอร์ซี่ พบว่ามีวิตามิน C
แบบฟู้ดแมทริกซ์™ ในกระแสเลือดมากกว่า 5 เท่า หลังผ่านไปสองชั่วโมง และมากกว่าอย่างไม่น่าเชื่อถึง 18 เท่า หลังผ่านไป 12 ชั่วโมง ยิ่งไปกว่านั้นแม้เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว 24 ชั่วโมง วิตามิน C
จากฟู้ดแมทริกซ์™ ก็ยังมีมากกว่าวิตามิน C แบบ
“ แยกส่วน ” ในทุก ๆ ช่วงเวลา
ข้อพิสูจน์ต่อไปถึงความเหนือกว่าของโภชนาหารคือ
การศึกษาที่เผยแพร่โดยมหาวิทยาลัยสแครนตัน
โดยการใช้ตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อตรวจวัดปริมาณโภชนาหารที่ปรากฏในเนื้อเยื่อหลังการบริโภค
ฟู้ดแมทริกซ์™ และแอสคอร์บิคแอซิค (วิตามินซี)
ผลลัพธ์ที่ได้น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง เมื่อพบว่าปริมาณวิตามิน C ในแบบฟู้ดแมทริกซ์™ จะปรากฏในเนื้อเยื่อมากกว่าวิตามิน C เมื่ออยู่ในสถานะโดดๆ ถึง 17 เท่าตัว มะเร็งในลำไส้ใหญ่คร่าชีวิตคนอเมริกันปีละประมาณ 47,000 คน มีความเชื่อกันโดยทั่วไปว่า โรคที่น่าสะพรึงกลัวนี้พัฒนามาจากติ่งเนื้องอก
การศึกษาที่เผยแพร่โดยมหาวิทยาลัยสแครนตัน
โดยการใช้ตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อตรวจวัดปริมาณโภชนาหารที่ปรากฏในเนื้อเยื่อหลังการบริโภค
ฟู้ดแมทริกซ์™ และแอสคอร์บิคแอซิค (วิตามินซี)
ผลลัพธ์ที่ได้น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง เมื่อพบว่าปริมาณวิตามิน C ในแบบฟู้ดแมทริกซ์™ จะปรากฏในเนื้อเยื่อมากกว่าวิตามิน C เมื่ออยู่ในสถานะโดดๆ ถึง 17 เท่าตัว มะเร็งในลำไส้ใหญ่คร่าชีวิตคนอเมริกันปีละประมาณ 47,000 คน มีความเชื่อกันโดยทั่วไปว่า โรคที่น่าสะพรึงกลัวนี้พัฒนามาจากติ่งเนื้องอก
(polyps)ดังนั้นการเติบโตของเนื้องอกเหล่านี้จึงได้รับการศึกษาวิจัยเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของคนไข้ ซึ่งในขณะที่ผลการศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า วิตามินซี สามารถหยุดยั้งการเติบโตของเนื้องอกได้ แต่การศึกษาที่จัดทำขึ้นที่มหาวิทยาลัยดับลิน ทรินิตี คอลเลจ
(University of Dublin Trinity College) เปิดเผยว่า วิตามินซีแบบฟู้ดแมทริกซ์™ สามารถลดขนาดของ
เนื้องอกลงกว่าร้อยละ 50 ภายในระยะเวลาเพียง 30 วัน จึงเป็นที่แน่ชัดว่าโภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์™
เหนือกว่าสารอาหารในแบบ “ แยกส่วน ” อย่างมากมาย ประเด็นคุณประโยชน์สำคัญอีกประการของเทคโนโลยีชีวภาพใหม่นี้ อยู่ที่วิธีการส่งผ่านเกลือแร่เข้าสู่ร่างกาย ผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบล ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า มีกระบวนการที่เป็นระบบที่ร่างกายใช้ในการส่งผ่านเกลือแร่เข้าสู่เซลล์โดยตรง ทั้งนี้หากปราศจากโปรตีนพิเศษที่ชื่อว่า
“ Chaperone ” ซึ่งพบได้ในโภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์™ แร่ธาตุจากหินบด (crushed rock minerals) ซึ่งพบในอาหารเสริมเกือบทั้งหมด ก็จะจบลงด้วยการล่องลอยอย่างไร้จุดหมายในกระแสโลหิต นักวิทยาศาสตร์เองก็เพิ่งเริ่มที่จะเข้าใจถึงผลที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตของแร่ธาตุที่ล่องลอยโดยอิสระในร่างกายเหล่านี้
(University of Dublin Trinity College) เปิดเผยว่า วิตามินซีแบบฟู้ดแมทริกซ์™ สามารถลดขนาดของ
เนื้องอกลงกว่าร้อยละ 50 ภายในระยะเวลาเพียง 30 วัน จึงเป็นที่แน่ชัดว่าโภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์™
เหนือกว่าสารอาหารในแบบ “ แยกส่วน ” อย่างมากมาย ประเด็นคุณประโยชน์สำคัญอีกประการของเทคโนโลยีชีวภาพใหม่นี้ อยู่ที่วิธีการส่งผ่านเกลือแร่เข้าสู่ร่างกาย ผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบล ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า มีกระบวนการที่เป็นระบบที่ร่างกายใช้ในการส่งผ่านเกลือแร่เข้าสู่เซลล์โดยตรง ทั้งนี้หากปราศจากโปรตีนพิเศษที่ชื่อว่า

“ Chaperone ” ซึ่งพบได้ในโภชนาหารฟู้ดแมทริกซ์™ แร่ธาตุจากหินบด (crushed rock minerals) ซึ่งพบในอาหารเสริมเกือบทั้งหมด ก็จะจบลงด้วยการล่องลอยอย่างไร้จุดหมายในกระแสโลหิต นักวิทยาศาสตร์เองก็เพิ่งเริ่มที่จะเข้าใจถึงผลที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตของแร่ธาตุที่ล่องลอยโดยอิสระในร่างกายเหล่านี้
แคลเซียม นับเป็นตัวอย่างเด่นชัดที่แสดงว่าแร่ธาตุเหล่านี้เป็นอันตรายเพียงใด ปัจจุบันสตรีจำนวนนับล้านๆ คน บริโภคอาหารเสริมแคลเซียม แต่ในขณะที่หญิงชาวอเมริกันบริโภคอาหารเสริมแคลเซียมมากกว่าผู้หญิงในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก สหรัฐฯ
กลับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีภาวะโรคกระดูกพรุน
(osteoperosis) สูงสุด สภาวะที่เป็นอันตรายนี้
รู้จักกันในชื่อของ “Brittle Bone Disease” หรือ
“ โรคกระดูกเปราะ ” ที่ทำให้เกิดช่องว่างในกระดูกซึ่งสามารถนำสู่การแตกร้าวถึงทุพพลภาพและมักอันตรายถึงชีวิต ในรูปภาพต่อไปนี้คุณจะได้เห็น
การแตกร้าวจากการกดดันของกระดูกสันหลัง
ซึ่งมีสาเหตุมาจากการอ่อนตัวของกระดูก
อย่างไรก็ตามการบริโภคยาเม็ดแคลเซียมส่วนใหญ่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้เพียงเล็กน้อย และอาจนำมาซึ่ง
ผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
หากปราศจากซึ่งการส่งผ่านโปรตีนเพื่อเป็นตัวนำพาแคลเซียมให้ตรงเข้าสู่เนื้อเยื่อเป้าหมายที่แท้จริงแล้วแคลเซียมคาร์บอเนต (ซึ่งก็คือหินปูนบดละเอียดธรรมดา) ก็จะเข้าไปเกาะตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ กลับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีภาวะโรคกระดูกพรุน
(osteoperosis) สูงสุด สภาวะที่เป็นอันตรายนี้
รู้จักกันในชื่อของ “Brittle Bone Disease” หรือ
“ โรคกระดูกเปราะ ” ที่ทำให้เกิดช่องว่างในกระดูกซึ่งสามารถนำสู่การแตกร้าวถึงทุพพลภาพและมักอันตรายถึงชีวิต ในรูปภาพต่อไปนี้คุณจะได้เห็น
การแตกร้าวจากการกดดันของกระดูกสันหลัง
ซึ่งมีสาเหตุมาจากการอ่อนตัวของกระดูก
อย่างไรก็ตามการบริโภคยาเม็ดแคลเซียมส่วนใหญ่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้เพียงเล็กน้อย และอาจนำมาซึ่ง
ผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
ซึ่งจะส่งผลที่เป็นอันตรายยิ่ง แคลเซียมเหล่านี้อาจหาทางเข้าสู่บริเวณทรวงอก และไต หรืออาจเป็นอันตรายยิ่งขึ้นในกรณีที่ไปเกาะติดผนังเส้นเลือดแดง ทำให้ผนังเส้นเลือดแข็งและหนาขึ้น ผลึก (Plaque)
แคลเซียม นี่เองที่เป็นตัวการสำคัญของโรคหัวใจหรือหัวใจล้มเหลว ลองพิจารณาความแตกต่างระหว่างเส้นเลือดหัวใจ (coronary artery) ที่เป็นปกติกับเส้นที่อุดตันด้วยหินปูน ดังภาพ
นับเป็นเรื่องที่เข้าใจได้โดยง่ายว่า ทำไมคนอเมริกันจำนวนมากจึงต้องเข้าคิวรอคอยการตรวจร่างกายด้วยเครื่องสแกนเนอร์เทคโนโลยีสูง ที่สามารถตรวจสอบการก่อตัวของหินปูนอันตรายที่เส้นเลือดหัวใจของพวกเขา
“ สิ่งที่คุณไม่ทราบ ” สามารถก่ออันตรายแก่ตัวคุณ บริษัทยายักษ์ใหญ่เหล่านี้ได้พยายามต่อสู้เพื่อเก็บงำความจริงเหล่านี้ให้เป็นความลับสำหรับพวกเราทั้งปวง ห้องปฏิบัติการของพวกเขาได้ผลิตสารเคมีและหินบด ซึ่งอย่างดีก็แค่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพเพียงน้อยนิด แต่สามารถก่ออันตรายอย่างแท้จริง เดี๋ยวนี้เรารู้ความจริงแล้ว ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเราที่จะเผยแพร่ข่าวดีออกไป มีวิธีการที่ปลอดภัยและเป็นผลดีต่อสุขอนามัยกว่าในการดูแลร่างกายของคุณ ด้วยวิธีการทางธรรมชาติ (Working With Nature)
แคลเซียม นี่เองที่เป็นตัวการสำคัญของโรคหัวใจหรือหัวใจล้มเหลว ลองพิจารณาความแตกต่างระหว่างเส้นเลือดหัวใจ (coronary artery) ที่เป็นปกติกับเส้นที่อุดตันด้วยหินปูน ดังภาพ
นับเป็นเรื่องที่เข้าใจได้โดยง่ายว่า ทำไมคนอเมริกันจำนวนมากจึงต้องเข้าคิวรอคอยการตรวจร่างกายด้วยเครื่องสแกนเนอร์เทคโนโลยีสูง ที่สามารถตรวจสอบการก่อตัวของหินปูนอันตรายที่เส้นเลือดหัวใจของพวกเขา
“ สิ่งที่คุณไม่ทราบ ” สามารถก่ออันตรายแก่ตัวคุณ บริษัทยายักษ์ใหญ่เหล่านี้ได้พยายามต่อสู้เพื่อเก็บงำความจริงเหล่านี้ให้เป็นความลับสำหรับพวกเราทั้งปวง ห้องปฏิบัติการของพวกเขาได้ผลิตสารเคมีและหินบด ซึ่งอย่างดีก็แค่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพเพียงน้อยนิด แต่สามารถก่ออันตรายอย่างแท้จริง เดี๋ยวนี้เรารู้ความจริงแล้ว ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเราที่จะเผยแพร่ข่าวดีออกไป มีวิธีการที่ปลอดภัยและเป็นผลดีต่อสุขอนามัยกว่าในการดูแลร่างกายของคุณ ด้วยวิธีการทางธรรมชาติ (Working With Nature)
เราสามารถช่วยให้ร่างกายมีโอกาสในการต่อสู้
กับอันตรายจากอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปมากเกินไป สารเคมีที่เป็นพิษเป็นภัย ความเครียดและ
การร่วงโรยของสังขารตามกาลเวลา คุณคือผู้ที่อยู่ในแนวหน้าของการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ในด้านสุขภาพ และความอยู่ดีกินดี ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป จงแบ่งปันข้อมูลข่าวสารนี้กับทุกคนที่คุณใส่ใจและห่วงใย...สมควรหรือไม่ที่พวกเราจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในโลก

กับอันตรายจากอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปมากเกินไป สารเคมีที่เป็นพิษเป็นภัย ความเครียดและ
การร่วงโรยของสังขารตามกาลเวลา คุณคือผู้ที่อยู่ในแนวหน้าของการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ในด้านสุขภาพ และความอยู่ดีกินดี ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป จงแบ่งปันข้อมูลข่าวสารนี้กับทุกคนที่คุณใส่ใจและห่วงใย...สมควรหรือไม่ที่พวกเราจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในโลก
เราจะเป็นผู้ชนะ เพราะความจริงยืนอยู่เคียงข้างพวกเรา อ่านต่อที่นวัตกรรม FoodMatrix™
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



